สิ่งที่คุณควรพิจารณาเมื่อซื้อถุงเท้าเด็ก

ถุงเท้าเป็นคนกลางระหว่างเท้ากับรองเท้าเด็ก ดังนั้นแม้กระทั่งก่อนที่เหงื่อของเราจะหยดไปด้านอื่น ๆ และเปิดใช้งานกระบวนการสำหรับการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียซึ่งในที่สุดนำไปสู่กลิ่นเท้า, ถุงเท้าทำหน้าที่จับอ่างเพราะดูดซับเหงื่อออกจากเท้าของเรา ที่กล่าวว่าถุงเท้าเด็กไม่ได้เป็นเพียงในสถานที่ที่จะทำให้เราอบอุ่น

แต่พวกเขาจะช่วยที่ดีในการส่งเสริมสุขภาพเท้า ดังนั้นถ้าคุณได้รับการละเลยถุงเท้าของคุณตลอดเวลานี้แล้วที่นี่มีสองตัวชี้ที่คุณควรเปิดเผยอย่างเปิดเผย คุณควรมีคู่มากพอที่จะใช้งานสัปดาห์ละครั้งหรือเพียงพอเพื่อไม่ให้คุณนำถุงเท้าของคุณมาใช้ซ้ำ  คุณมีถุงเท้ากี่คู่อยู่ในลิ้นชักถุงเท้าของคุณ เปรียบเทียบกับจำนวนวันต่อสัปดาห์ที่คุณต้องวางไว้ ถ้าคุณมีถุงเท้าเด็กอย่างน้อยหนึ่งคู่ต่อวันคุณก็จะดีไปแล้ว

ตรวจสอบให้แน่ใจก่อนเริ่มต้นสัปดาห์หน้าพวกเขาจะทำความสะอาดทุกครั้งเพื่อให้คุณใช้งานได้อีกครั้ง คุณต้องคิดสองครั้งก่อนที่คุณจะใช้ถุงเท้าคู่ใหม่ มีโอกาสที่ถุงเท้าเหล่านี้ได้รับการสัมผัสกับแบคทีเรียแล้ว หากคุณนำมาใช้ซ้ำและจับเหงื่ออีกครั้งความชื้นจะช่วยฟื้นการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียซึ่งไม่ใช่วิธีที่เหมาะสำหรับการแก้ปัญหากลิ่นเหม็นเท้าของคุณ

ถุงเท้าเด็กควรทำจากผ้าฝ้ายหรือผ้าขนสัตว์

หรืออย่างน้อยส่วนใหญ่ของมัน  ถุงเท้าบางชิ้นไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อการดูดซึมความชื้นดังนั้นควรทำความเข้าใจถุงเท้าที่ดีที่สุดสำหรับถุงเท้านี้ ถุงเท้าผ้าฝ้ายหรือแม้กระทั่งถุงเท้าที่ทำมาจากขนสัตว์จะดีที่สุดสำหรับการดูดซับเหงื่อ

และเนื่องจากผ้าประเภทนี้สามารถระบายอากาศได้พวกเขาจึงส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เย็นกว่าสำหรับเท้าของคุณ ในทางกลับกันถุงเท้าเด็กทารกโพลีเอสเตอร์หรือไนลอนมีความทนทานมากและจะมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า อย่างไรก็ตามถุงเท้าโพลีเอสเตอร์หรือไนลอนไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อดูดซับความชื้นเนื่องจากลักษณะสังเคราะห์ของพวกเขา ถุงเท้าเหล่านี้ยังไม่ระบายอากาศพวกเขาจะดักความร้อนในเท้าของคุณทำให้เท้าของคุณอบอุ่นมากกว่าเย็น

มีถุงเท้าที่หลากหลายในลิ้นชักของคุณดังนั้นคุณจะไม่มีเหตุผลที่จะข้ามไปเพื่อประโยชน์ของแฟชั่น
วันนี้รองเท้าที่มีราคาต่ำเช่นรองเท้าเรือและแฟลตมีมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไรก็ตามปัญหาคือถุงเท้าเด็กแฟชั่นปกติไม่ได้ดีกับรองเท้าประเภทนี้ เนื่องจากรองเท้าเหล่านี้มีราคาต่ำตัดถุงเท้าปกติจะมองเห็นได้และทำให้ขาดสุนทรียรสของแฟชั่น ดังนั้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษา “รูปลักษณ์” คนค่อนข้างจะข้ามถุงเท้าและรักษาแฟชั่น

การเลือกวัสดุ Expansion joint ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญมาก

เป็นสิ่งสำคัญในการเลือกวัสดุที่เหมาะสมสำหรับ Expansion joint ของคอนกรีต โปรดจำไว้ว่าวัสดุที่ดูดซับการขยายตัวของคอนกรีตควรให้การหดตัวของเดียวกัน

เมื่อขยายตัวคอนกรีตจะไม่อยู่ในสภาพนั้นตลอดไป โดยอัตโนมัติจะสัญญาเช่นกัน ตัวอย่างเช่นในแผ่นคอนกรีตสัมผัสกับแสงแดดเป็นจำนวนมากและถ้าเป็นเหตุผลที่การขยายตัวเกิดขึ้นการหดตัวจะเกิดขึ้นหลังจากคอนกรีตเย็นลง ในช่วงฤดูร้อนอาจไม่เย็นจัดอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามเมื่อฤดูหนาวมาถึงความเย็นจะเกิดขึ้นและคอนกรีตจะหดตัว ในสถานการณ์ดังกล่าวคุณจะไม่สามารถมีช่องว่างระหว่างคอนกรีตที่เย็นและวัสดุที่ใช้ในข้อต่อการขยายตัวใช่มั้ย?

Expansion joint ช่องว่างนี้จะทำให้เกิดการสะสมของน้ำและวัสดุอื่น ๆ

ผลลัพธ์ที่ได้คือคอนกรีตจะร้าวและเหล็กเส้นเสริมแรงจะถูกกัดกร่อน วิธีการหลีกเลี่ยงการเดียวกัน? คุณควรไปสำหรับวัสดุที่จะไม่เพียง แต่ขยายตัวตามสัญญาเช่นกัน เฉพาะคุณจะมั่นใจได้ว่าจะได้ข้อต่อที่ดีที่สุดสำหรับแผ่นคอนกรีตหรือแถบคอนกรีต ประการที่สองคุณควรใช้วัสดุที่ถูกต้องในปริมาณที่เหมาะสม ขนาดของ Expansion joint ควรได้รับการพิจารณาล่วงหน้าและควรติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดให้แน่น คุณไม่สามารถทิ้งช่องว่างได้ ช่องว่างที่เกิดจากการแตกร้าวของคอนกรีตจะทำให้มีโอกาสเกิดความเสียหายต่อโครงสร้างและการขาดประสิทธิภาพของวัสดุร่วม

อะไรคือวัสดุที่ดีที่สุดที่เหมาะสำหรับใช้ใน Expansion joint ของคอนกรีต เห็นได้ชัดว่าวัสดุควรยืดหยุ่น อย่างไรก็ตามคุณไม่ควร จำกัด ตัวเองยางโฟมหรือสารอื่น ๆ โปรดจำไว้ว่าช่องว่างหรือข้อต่อไม่เกินกว่าหนึ่งนิ้วในกรณีที่โครงสร้างขนาดใหญ่มาก ดังนั้นคุณต้องมีวัสดุขนาดเล็กและมีขนาดกะทัดรัดมาก ถ้าคุณกำลังคิดที่จะแข่งในโฟมที่คุณใช้สำหรับหมอนและหมอนอื่น ๆ คุณก็เข้าใจผิด วัสดุควรอยู่ในระดับอุตสาหกรรมและควรมีความแข็งแรงเนื่องจากยืดหยุ่น

คุณสามารถรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกวัสดุบนอินเทอร์เน็ตได้

นี่เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าการติดต่อมืออาชีพ เมื่อคุณมีข้อมูลและรายละเอียดที่จำเป็นแล้วคุณสามารถดำเนินการต่อเพื่อติดต่อกับผู้เชี่ยวชาญและดำเนินการได้ทุกเมื่อ ผู้ผลิตในยุโรปดูเหมือนจะใช้การออกแบบหลายชั้นโดยค่าเริ่มต้น ข้อได้เปรียบด้านการผลิตคือการควบคุมสินค้าคงคลัง – สต๊อกความหนาหนึ่งม้วนและเพิ่มสีตามที่ต้องการ

flexible joint  ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นคือเมื่อแผ่นด้านในรั่วซึมและชั้นนอกไม่สามารถมีแรงดันและการระเบิดได้ ด้วยเหตุนี้แผ่นเคลือบด้านนอกจึงมีช่องระบายน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้แรงดันดังกล่าวเกิดขึ้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตได้ส่งผลให้มีการส่งรายชื่อผู้ค้าส่งรายชื่อดำไปยังโรงงานในโรงกลั่นในอเมริกาเหนือ โดยไม่คำนึงถึงเหตุการณ์เหล่านั้นด้วยปัจจัยอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัดการคูณแบบคูณคือการออกแบบที่เหมาะกับงานอุตสาหกรรมหลายประเภท

กระบวนการการทำงานในการถ่ายทำแฟชั่นในสตูดิโอ

แฟชั่น

 

 

 

 

 

 

การทำงานเริ่มต้นด้วย pre production ซึ่งเป็นการวางแผนการทำงานก่อนเริ่มถ่ายโดยการกำหนด concept และ theme ของชุดก่อน ซึ่งส่วนนี้ถือเป็นส่วนที่สำคัญมากส่วนหนึ่ง เพราะเป็นการควบคุมการทำงานทั้งหมด ทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย เวลาในการถ่ายทำ และอื่นๆ ถ้าเกิดมีการวางแผนในการทำงานที่ดีก็จะส่งผลทำให้เราสามารถทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย ผลลัพธ์ของงานถ่ายภาพก็จะออกมาดีเช่นกัน กระบวนการของ pre production เริ่มต้นจากการสรุป concept ที่จะนำเสนอและถ่ายทอดออกมาบนภาพถ่าย โดยการดูจากเสื้อผ้าที่จะนำเสนอชุดที่ค่อนข้างจะเป็นในรูปแบบของเสื้อผ้าที่ทันสมัยนำแฟชั่น ดังนั้นแล้ว concept ที่นำเสนอของชุดนี้จะเป็น Trendy style เพราะว่าเสื้อผ้าที่นำเสนอเป็นเสื้อผ้าที่มีความแปลกใหม่บนความเรียบง่ายของเสื้อผ้า ซึ่งเสื้อผ้าแต่ละชุดก็มีจุดเด่นในตัวมันเองอยู่แล้ว จึงเป็นส่วนที่ทำให้เราสามารถถ่ายภาพออกมาได้ง่ายขึ้น ส่วนต่อมาคือเรื่องของนางแบบที่จะนำเสนอเสื้อผ้า นำเสนอเฉพาะเสื้อผ้าของผู้หญิงดังนั้นแล้วจึงใช้นางแบบเพียงอย่างเดียว โดยมีการเลือกนางแบบที่มีสัดส่วนที่ดีและมีความเป็นสากล

ส่วนต่อมาคือเรื่องของการรีทัช งานแฟชั่นส่วนใหญ่ความสำคัญในการรีทัชอยู่ที่การปรับ proportion ของร่างกายและการลบริ้วรอยต่างๆ บนผิวและใบหน้าเป็นส่วนใหญ่ การปรับ proportion ของร่างกายไม่ว่าจะเป็นการปรับลดต้นแขนต้นขา ปรับช่วงขาให้ยาวขึ้นและส่วนอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันนี้มันไม่ใช่เรื่องยากเลยสำหรับการใช้ photoshop ในการทำเรื่องเหล่านี้ แต่สิ่งที่ยากก็คือการปรับออกมาให้ถูก scale และทำให้ภาพนั้นไม่หลอกตา ต่อมาคือการรีทัชในส่วนของใบหน้าของแบบ สิ่งเหล่านี้คงจะเป็นสิ่งที่ทุกๆ คนถนัดอยู่แล้วแต่บางครั้งแล้วการถ่ายภาพแนวนี้ก็ต้องระวังเช่นกัน เพราะว่าการที่เรารีทัชจนเนียนใส ไร้ริ้วรอยบางครั้งมันไม่เป็นผลดีเท่าไหร่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ Concept ของงานและสิ่งที่จะนำเสนอเพราะการที่เรารีทัชให้มันไม่เนียนมากนักมันทําให้งานของเราดูจริงไม่หลอกตาจนเกินไป

คุณสมบัติและประโยชน์ของงานกราฟิก

kate-moross-thisisme-1

งานกราฟิกต่างๆ ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนแก่นสารของประสบการณ์สำหรับมนุษย์  เพื่อให้มนุษย์ใช้เป็นสื่อในการคิดและสื่อสารถึงกัน ด้วยคุณสมบัติที่ดีของงานกราฟิกทำให้งานกราฟิกมีบทบาทสำคัญในการลดข้อจำกัดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเงื่อนไขเวลา ประสิทธิภาพของการคิดการบันทึกและการจำทำให้การสื่อความหมายต่อกันของมนุษย์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และด้วยความเจริญก้าวหน้าทางวิชาการ ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี จำนวนประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นและความเป็นโลกไร้พรมแดน ความแตกต่างระหว่างบุคคลเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้มนุษย์จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับงานกราฟิกมาก

  1. งานกราฟิกดึงดูดความน่าสนใจ

งานกราฟิกมีความสะดุดตา น่าเชื่อถือ สามารถใช้สร้างความสำคัญ และทำให้ตระหนักถึงสิ่งที่ควรเอาใจใส่  จึงใช้ดึงดูดความสนใจได้ดีกว่าการบอกเล่า เช่น การโฆษณาสินค้าจะใช้งานกราฟิกที่มีสีสันสะดุดตาและการจัดวางที่เหมาะสมเพื่อจูงใจให้ลูกค้าเกิดความสนใจสินค้านั้นๆ การนำเสนอผลงานหรือข้อมูลต่างๆ ถ้าใช้ภาพกราฟิกประกอบจะช่วยให้ผู้ฟังไม่เบื่อ เกิดความเข้าใจ และสนใจติดตามตลอดการนำเสนอ

  1. งานกราฟิกช่วยให้จดจำได้มากและเร็วกว่า

เนื่องจากมนุษย์จะจำข้อมูลในลักษณะที่เป็นภาพได้ดีกว่าตัวเลขหรือข้อความ  การประยุกต์ใช้งานกราฟิกในการเรียนรู้หรือ การศึกษาจะช่วยให้ผู้เรียนสรุปความรู้ได้เป็นอย่างดี ผู้เรียนจึงสามารถจดจำสิ่งต่างๆ ได้มากและเร็วกว่า เช่น การใช้ภาพอธิบายการเกิดสุริยุปราคา การใช้ภาพสัตว์สอนให้เด็กรู้จักชื่อสัตว์ชนิดต่างๆ การใช้ภาพกราฟิกอธิบายการส่งสินค้าออกที่ทำรายได้เข้าประเทศ

  1. งานกราฟิกเข้าใจได้ง่าย

มีงานจำนวนมากที่แสดงด้วยภาพจะทำให้เข้าใจถึงเรื่องที่ต้องการสื่อความหมายได้ง่ายกว่าการอธิบายด้วยภาษาพูดและภาษาเขียน เพราะภาพกราฟิกมีความชัดเจน เรียบง่าย และสามารถเน้นจุดที่ต้องการได้ เช่น การใช้ภาพแผนที่บอกสถานที่ การออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม แผนภูมิต่างๆ

5 เรื่องที่คนทำงาน “บริการ” ไม่ควรทำกับ “ลูกค้า”

%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-1

1.เลิกความคิดที่ว่า “ลูกค้าต้องรู้”

คนทำงานบริการอย่างเราๆ มักเข้าใจว่า “พระเจ้า” ต้องรู้ทุกอย่าง ถึงขึ้นหลายคนอาจจะสั่นคลอนโสตประสาทเลยว่า เฮ้ย!! ถ้ารู้ทุกเรื่องแบบนี้ ทำไมไม่บอกมาตรงๆเลยล่ะว่าอยากได้อะไร ให้แก้นู่นนั่นนี่อยู่ได้ พอทำแบบนี้ก็ไม่โดน แบบนู้นก็ไม่ใช่ มีแต่คำบ่นด่าต่อว่ากับความไม่โดนใจในงานที่เราทำ รู้ไหมว่าการแก้งานแบบนั้นมันเหนื่อยนะโว้ยย!

แต่มีเพียงคำถามเดียวที่คุณควรย้อนกลับไปถามตัวเอง นั่นคือ… ไม่มีลูกค้าคนไหนรู้ความต้องการของตัวเอง คนบริการต่างหากที่มีหน้าที่เสนอสิ่งที่ลูกค้า “น่าจะ” ต้องการให้ดีที่สุดแก่ “พระเจ้า”

  1. หยุดนินทาลูกค้า “ลับหลัง”

หยุดนินทาพล่อยๆเสียทีเพราะเราไม่รู้หรอกว่า ลูกค้าคนที่เราพูดถึงนั้นจะมีใครรูัจัก หรือรู้จักใครบ้าง โดยเฉพาะงานบริการทีต้องการความเป็นมืออาชีพมากๆ ยิ่งไม่สมควรที่จะเอ่ยปากพูดถึงลูกค้าในที่สาธารณะเสียด้วยซ้ำ เพราะมันทำให้คุณดูตลกและไร้ศักดิ์ศรี หรือจะมองแบบสุดโต่งเลยว่า ถ้าลูกค้าไม่ดีขนาดนั้น แต่คุณยังทำงานให้ นั่นแปลว่า คุณกำลังพ่ายแพ้แก่อำนาจเงิน..อยู่หรือเปล่า

ทันทีที่คุณตกลงรับงานกับทางลูกค้า ไม่ว่าจะแย่หรือลำบากแค่ไหน สิ่งเดียวที่ “มืออาชีพ” อย่างคุณทำได้ นั่นคือ “ทำงานนั้นให้เสร็จ” แล้วเลิกทำงานนั้นกับลูกค้าที่คุณไม่ต้องการ อย่าเอาแต่ก่นด่าว่าลูกค้าลับหลังแล้วก็ประจบสอพลอต่อหน้าไปวันๆ  เพราะยิ่งคุณด่าลูกค้าด้วยคำหยาบคายลับหลัง   แต่ต่อหน้ากลับทำเนียนสุภาพเหมือนคนรักกันมานมนาน

  1. หยุดมองว่างานอื่น “ไม่ใช่หน้าที่” ของเรา

อย่างที่บอกไปแล้วว่า งานบริการไม่ใช่งานที่มีแค่หน้าที่เพียงอย่างเดียว เพราะมันมีเรื่องของศิลปะในการจัดการบริหารจัดการด้วย และการบริหารงานที่ดี (?) ส่วนใหญ่ มักจะมีเรื่องให้คุณต้องทำงานมากกว่าหน้าที่ที่รับผิดชอบเพียงอย่างเดียว จนวันหนึ่งคุณอาจจะถามตัวเองว่า “กรูทำหน้าที่อะไรอยู่วะ” ซึ่งเป็นคำถามที่ใครหลายๆคนชอบถามตัวเองอยู่เสมอเวลาเจองานหนัก

แต่… ผมจะบอกให้ว่า ไม่สำคัญเลยว่าคุณจะมีหน้าที่อะไร แต่มันสำคัญคือความหมายในงานที่คุณทำ (โดยเฉพาะงานบริการ) และมันทำให้งานของคุณนั้นมีคุณค่า (Meaning & Value) ดังนั้น.. คุณควรถามตัวเองว่า สิ่งที่คุณทำนั้นมันมีความหมายกับใครและมันสร้างคุณค่าให้คุณได้อย่างไร แต่อย่าถามว่าทำไมตัวเองต้องทำงานหลายหน้าที

  1. หยุดเอาชนะลูกค้าด้วยการ “โต้เถียง”

สิ่งเดียวที่คุณควรทำเพื่อเอาชนะลูกค้า คือ ทำงานชิ้นนั้นให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ เพื่อตอบสนองความต้องการของพวกเขา ไม่ใช่คอยโต้เถียงว่าไอเดียของเราล้ำเลิศประเสริฐศรีมณีเจ็ดแสง เพราะคนที่ตัดสินใจ “เอา” หรือ “ไม่เอา” ก็คือพวกเขานั่นแหละ

  1. อย่าถือมั่นในศักดิ์ศรีของ “อาชีพ”

ความจริงข้อสุดท้ายก็คือ ลูกค้าที่มาจ้างงาน “บริการ” จากคุณนั้นมีทั้งลูกค้าที่ดีเลิศประเสริฐ ลูกค้าที่ลำเลิกบุญคุณ ลูกค้าที่ตัวคุณไม่คิดว่าจะเจอบนโลกนี้ ผมเชื่อครับว่า คุณเจองานหนักและทรมานกับมันจนอยากหาลูกค้าใหม่ แต่ทว่าเราคงไปเปลี่ยนแปลงลูกค้าให้เป็นอย่างที่เราคิดไม่ได้หรอกครับ มันมีอยู่อย่างเดียวที่เราเปลี่ยนแปลงได้แน่ๆต่อลูกค้า นั่นคือ “ความคิดของเรา”

อาชีพบางอาชีพ มีเรื่องของศักดิ์ศรีในวิชาชีพ จนบางครั้งลืมไปว่าเรากำลังทำหน้าที่ “บริการ” คนที่มีชื่อเรียกว่า “ลูกค้า”  และทีสำคัญเค้าเอาเงินมาจ่ายให้เราด้วยน่ะสิ!! ดังนั้นอย่ามองว่าคนอื่นอยู๋ต่ำกว่าเรา เพราะสิ่งที่เราคิดนั้นสะท้อนอยู่ในผลงานของเราเสมอๆ

สุดท้ายนี้ สิ่งที่ผมคิด มันอาจจะไม่ถูกใจใครที่กำลังทำงาน “บริการ” อยู่ ผมยอมรับและเพียงแค่ต้องการเขียนบทความนี้ส่งผ่านความคิดอีกด้านสำหรับการทำงานนี้ให้พวกคุณทุกคนฟัง และหวังแค่ว่าคุณจะได้ “มองเห็น” อะไรจากข้อความเหล่านี้บ้างไม่มากก็น้อย

นักวาดการ์ตูนกราฟิกชื่อดัง

mamafaka

 

ถ้าพูดถึงภาพวาดกราฟิกการ์ตูนสุดเท่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง แถมยังได้ฟีตเจอริ่งกับแบรนด์แฟชั่นสุดดังทุกวงการ ต้องนึกถึง ตั๊ม mamafaka นักวาดการ์ตูนกราฟิกเจ้าของตัวการ์ตูน Mr.HellYeah  ตัวการ์ตูนที่เน้นดวงตากลมโต มีหนวด และขนทั่วทั้งตัว

จุดเริ่มต้นของ ตั๊ม mamafaka นักวาดการ์ตูนกราฟิกชื่อดัง

หลังจากเรียนจบ ตั๊ม mamafaka ก็ได้เข้าทำงานกับบริษัทเอเจนซี่ชื่อดังของประเทศ คือ บริษัท Ogilvy&Mather และ Creative juice\Bangkok ระหว่างที่เริ่มทำงานได้ร่วมสร้างกลุ่ม b.o.r.e.d ควบคู่กันไปด้วย หลังจากนั้น ได้รับรางวัลในสาขากราฟิกดีไซน์จาก B.A.D award , Adsman, Adfest , British council etc. และ มีโอกาสได้ร่วมงานกับแบรนด์และมีเดียต่างๆ มากมาย รวมทั้งยังเป็นผู้จัดงานนิทรรศการ Ride a life ซึ่งเป็นการแสดงงานศิลปะเกี่ยวกับจักรยานอีกด้วย

ตั้งแต่ช่วงปี2011 ก็ได้เริ่มปรับตัวเป็น ดีไซน์เนอร์อิสระ ทำงานภาพประกอบกราฟิกดีไซน์รวมไปถึงงานด้านสตรีทอาร์ทได้สร้างงานคาร์แรคเตอร์ที่เด่นชัดชื่อว่า Mr.HellYeah  อาจจะเคยเห็นผ่านตามาบ้างจากเด็กแนวหรือในหนังสือวัยรุ่นชื่อดัง

ปัจจุบันมีผลงานที่เกิดขึ้นจากการได้ร่วมทำงานกับแบรนด์ชื่อดังต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Converse , VANS , K-Swiss , Billabong , Preduce Skateboard , CE Toys , M150 , ISUZU , Smirnoff , V.O.X , YAMAHA , TIGER BEER รวมไปถึงผลงานยังได้ลงในหนังสือและเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ

และเมื่อต้นปี 2013 กับการออกแบบ Limited Edition ให้กับ VESPA นอกจากการทำงานร่วมกับแบรนด์ต่างๆ แล้ว ยังได้จัด Mini Exhibition ของตนเองเป็นครั้งแรกไปเมื่อปลายปี 2012 รวมไปถึงมีแบรนด์กระเป๋าของตนเองที่ชื่อ URFACE (เออเฟซ)

ข้อดีของการถ่ายภาพในสตูดิโอ

%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%97

1. ได้ประสบการณ์ใหม่ หลายครั้งที่คนเป็นแบบให้ถ่ายรูปในสตูดิโอก็จะได้เจอมุมใหม่ๆ ที่ดูดีในแบบที่ตนเองไม่เคยเห็นมาก่อน หรื มีตากล้องที่ค้นพบสไตล์การถ่ายภาพที่ชอบ จากการมาลองถ่ายและจัดแสงในสตูดิโอ

2. ได้รูปถ่ายที่เป็นทางการ ดูเป็นมืออาชีพ รูปถ่ายในสตูดิโอต่างจากรูปถ่ายในกล้องมือถือ แม้แต่กล้องโปรที่ไม่ได้จัดแสง แน่นอนว่ารูปในสตูดิโอจะมีความเป็นทางการกว่า เนื่องจากมีการจัดแสงที่เฉพาะเจาะจง มีฉากหลังที่คัดเลือกมาแล้ว มีการตกแต่งฉากให้เป็นไปตามที่เราต้องการ เพื่อให้ภาพที่ออกมาดูดีที่สุด ซึ่งผลพลอยได้คือเราจะได้ภาพที่คลาสสิค เวลาผ่านไปกี่ปีก็ยังหยิบมาดูได้

3. สะดวกสบายปราศจากสิ่งรบกวน การถ่ายภาพนอกสถานที่อาจมีสิ่งรบกวนจากภายนอก แบบที่เราจะถ่ายอาจถูกทำลายโอกาสและเวลาในการทำงานได้ด้วยเสียงรถยนต์ คนเดินผ่าน และอื่นๆ ในทางกลับกัน หากเป็นการถ่ายภาพในสตูดิโอ เราสามารถจัดการให้ในสตูดิโอเงียบสงบไปจนถึงเปิดเพลงสร้างบรรยากาศให้กับแบบได้

4. สามารถควบคุมสิ่งต่างๆ ได้ เมื่อจินตนาการการถ่ายภาพนอกสถานที่ นอกจากจะเจอเรื่องฟ้าฝนไม่เป็นใจ ยังต้องเจอเรื่องลมพัดผมปลิวบังหน้า แสงสะท้อนจากวัตถุต่างๆ มาทำให้สีของสิ่งที่เราจะถ่ายผิดเพี้ยนได้รูปอาจออกมาไม่ได้อย่างใจที่เราต้องการ

การถ่ายภาพในสตูดิโอช่วยขจัดปัญหาเหล่านี้ให้หมดไปเพราะเราสามารถควบคุมแสง สี และปัจจัยต่างๆ ได้ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าอยากให้ผมปลิวก็ใช้พัดลมช่วย อยากให้ใต้ตาหายคล้ำก็จัดแสงช่วย เป็นต้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือในสตูดิโอมีไฟแฟลชใช้แทนแสงธรรมชาติซึ่งแสงแฟลชนี้สามารถปรับค่าได้ตามที่ต้องการแถมยังมีอุปกรณ์ต่างๆ ช่วยทำให้แสงนุ่ม แสงแข็ง แสงกระจาย แสงรวม และอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นเยอะ

 

ข้อห้ามสำหรับการออกแบบโลโก้ในเว็บไซต์ธุรกิจ

sk-logo3-2

โลโก้ (Logo) ที่ปรากฏในเว็บไซต์เป็นภาพลักษณ์แรกที่ลูกค้าจะได้รู้จักคุณ ดังนั้นจึงมีความหมายต่อธุรกิจของคุณอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งโลโก้ที่ดูโปรเฟสชันแนลย่อมช่วยสร้างเครดิตให้กับเว็บไซต์ของคุณได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะถ้าคุณขายสินค้าคุณภาพ โลโก้ของคุณยิ่งต้องสะท้อนสิ่งนี้ให้เห็นได้อย่างชัดเจนที่สุด ในทางตรงข้ามโลโก้ที่ดูไม่ดี ก็สามารถสะท้อนถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และบริการที่แย่ตามไปด้วย หลักการต่อไปนี้ เป็นข้อห้ามสำหรับการออกแบบโลโก้ในเว็บไซต์ธุรกิจ

  1. อย่าใช้คลิปอาร์ต เจ้าของธุรกิจออนไลน์ที่เป็น SMEs หลายต่อหลายท่าน เลือกใช้วิธีง่ายๆ ในการออกแบบโลโก้ให้กับเว็บไซต์ โดยเลือกใช้ คลิปอาร์ตแจกฟรีบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งลักษณะเป็นภาพลายเส้นกราฟิกง่ายๆ แจกจ่ายให้ใช้ฟรีอย่างแพร่หลาย ลองนึกดูว่า เกิดมีลูกค้าที่เคยเห็นคลิปอาร์ตนี้ เมื่อได้มีโอกาสแวะเวียนเว็บไซต์ของคุณ เขาอาจจะจำได้ และคิดต่อไปว่า ขนาดโลโก้ยังยืมภาพคนอื่นมาใช้ฟรีๆ เลย แล้วธุรกิจของเว็บไซต์นี้จะน่าเชื่อถือได้อย่างไร อุ๊บส์!!!
  2. อย่าใส่ลูกเล่น หรือเอฟเฟ็กต์กับโลโก้ ข้อห้ามนี้แนะนำว่า ไม่ควรใช้เอฟเฟ็กต์ต่างๆ อย่างเช่น แสงสว่างเมลือง, เงาด้านหลัง หรือมิตินูนต่ำ กับโลโก้ เอฟเฟ็กต์พวกนี้เหมาะกับงานสร้างสรรค์กราฟิกและรูปภาพในเว็บไซต์มากกว่า ซึ่งการใช้เอฟเฟ็กต์จะส่งผลให้โลโก้ที่ได้ดูไม่ชัดเจน (รกสายตา มากกว่าชวนมอง) โลโก้ที่ดีควรจะสามารถดูชัดเจนเห็นครบรายละเอียด แม้จะใช้แค่สีขาวดำเท่านั้น
  3. โลโก้ ไม่ใช่ แบนเนอร์ อย่าออกแบบโลโก้ให้มีลักษณะเหมือนแบนเนอร์โฆษณาในเว็บไซต์ โดยเฉพาะรูปแบบที่เป็นการใส่โลโก้เข้าไปเต็มพื้นที่สี่เหลี่ยม เนื่องจากสายตาของลูกค้าออนไลน์ถูกฝึกให้หลีกเลี่ยงการดูรูปทรงเหล่านี้อยู่แล้ว แน่นอนว่า โลโก้ของคุณจะถูกละเลยไปด้วย
  4. โลโก้ผสมรูปภาพ นักออกแบบโลโก้มือโปรฯ จะไม่พยายามผสมผสานกราฟิกเข้าไปเป็นเนื้อเดียวกับตัวหนังสือที่ปรากฏในโลโก้ เนื่องจากการทำเช่นนี้ นอกจากจะทำให้มันดูดีค่อนข้างยากแล้ว (ต้องใช้สมองตีความว่า รูปกราฟิกที่เห็นคือตัวอักษรอะไร) ยังเสี่ยงต่อเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันมากมายอีกด้วย อย่างเช่น ตัวอักษรที่ใช้กราฟิกแทน อาจจะไปเหมือนกับโลโก้ของบริษัทอื่นเข้า ที่พบเห็นบ่อยก็เช่น การแทนตัว O ด้วย โลก, ลูกตา และแว่นขยาย เป็นต้น วันดีคืนดีอาจโดนฟ้องหาว่าเอาโลโก้ของเขามาเลียนแบบก็ได้ ใครจะไปรู้ล่ะ
  5. โลโก้ที่ใช้ตัวอักษรอย่างเดียว แม้การเลือกใช้โลโก้เป็นตัวอักษรทั้งหมด จะง่ายต่อการออกแบบ แต่มันก็ง่ายต่อการถูกละเลยเช่นกัน ถ้าเป็นไปได้ (มีงบประมาณ) คุณอาจจะทดลองเอาโลโก้ของคุณไปวางรวมกับโลโก้ของคนอื่นที่ใช้ตัวอักษรหมดแบบเดียวกับคุณ แล้วให้กลุ่มเป้าหมายลองดูว่าจำโลโก้ของคุณได้มากน้อยเพียงใด ถ้าจำกันได้น้อย อาจจะต้องแก้ไขคุณสมบัติของตัวอักษรที่ใช้ทำโลโก้แล้วล่ะครับ ง่ายสุดก็คือ ปรับเป็นตัวหนา เพื่อให้มีพื้นที่จดจำมากขึ้น หรือหารูปแบบฟอนต์ที่ไม่เหมือนใคร ตลอดจนออกแบบใหม่ไปเลย ซึ่งวิธีสุดท้ายนี้ชอบทำกันนักแล
  1. โลโก้ที่เป็นชื่อย่อ ถ้าชื่อบริษัทของคุณยาวมาก การใช้ชื่อเต็มๆ มาสร้างโลโก้ดูจะ เป็นเรื่องยากยิ่งนัก ไอเดียของเจ้าของกิจการส่วนใหญ่จะเลือกใช้ชื่อย่อแทน ซึ่งขอบอกว่า ยากมากที่จะออกแบบมาแล้วจะเวิร์ก ยิ่งถ้าคุณไม่ได้มีงบประมาณในการใช้สื่อประชาสัมพันธ์ด้วยแล้ว กว่าโลโก้ที่เป็นชื่อย่อของคุณจะได้รับความไว้วางใจ บางทีธุรกิจของคุณอาจจะหายไปก่อนก็ได้ ส่วนใหญ่ลูกเล่นของโลโก้ที่ใช้ชื่อย่อ ชอบเอาตัวอักษรวางซ้อนทับกัน แม้จะดูสนุก (จนขาดความจริงจัง) แต่ข้อเท็จจริงที่คุณอาจจจะมองข้ามไป พร้อมๆ กับลูกค้าของคุณนั่นคือ มันไม่ได้บอกกล่าวอะไรให้ลูกค้าได้ทราบเลย อันนี้แทบไม่ต้องพูดถึงความสามารถในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้า และบริการของคุณ
  2. โลโก้สุดซับซ้อน-รายละเอียดมากเกินไป สำหรับโลโก้ที่เป็นภาพวาด ซึ่งจะมี รายละเอียดยุบยิบเต็มไปหมด รวมถึงพวกที่ใช้ภาพถ่าย หรือเลย์เอาต์ที่ซับซ้อน (เช่น ความสูงต่ำของอักษรที่ไม่เท่ากัน สีสันที่ไม่เข้าแก๊ป ฯลฯ) บอกได้เลยว่า โลโก้ลักษณะนี้มีโอกาสล้มเหลวสูงมาก หลักการง่ายๆ ก็คือ ยิ่งมีรายละเอียดมากเท่าไร โอกาสที่ลูกค้าจะจำได้ก็น้อยลงเท่านั้น โลโก้ที่ดูง่าย เป็นหนึ่งเดียว (ทั้งสีสันและรูปแบบ) ใช้เส้นน้อย จะสร้างอิมแพกต์ และการจดจำได้ง่ายกว่า ถึงตรงนี้

 

 

คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพตากล้อง

ภาพถ่ายเป็นสิ่งที่ช่วยบอกเรื่องราวที่ผ่านมาในอดีตได้เป็นอย่างดี และเป็นส่วนหนึ่งในเหตุการสำคัญต่างๆ เช่น งานรับปริญญา งานนิตยสาร งานหนังสือ งานมงคล หรือใช้ในการท่องเที่ยว หรือแม้แต่ตอนสมัครงานยังต้องใช้รูปถ่าย จึงทำให้ตลาดงานอาชีพมีตำแหน่งรองรับอยู่ในหลายๆบริษัท

บางท่านบอกมาว่าการถ่ายภาพใครๆ ก็สามารถถ่ายภาพได้ เพียงซื้อกล้องมาในราคาหลักพันไปจนถึงหลักหมื่นบาท สามารถถ่ายภาพให้สวยได้  แต่ในความเป็นจริงนั้นการจัดองค์ประกอบภาพต่างหากที่เป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่ว่าใครก็สามารถเป็นช่างภาพได้

คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพตากล้อง

1.ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ ในการจัดองค์ประกอบต่างๆ

2.ต้องมีความรู้ด้านการบริหารและจิตวิทยา ต้องสื่อสารกับนางแบบได้

3.ต้องเป็นคนที่รักความก้าวหน้า

4.ทุ่มเททั้งเวลาและแรงใจให้กับงาน ต้องใช้เวลาในการถ่าย

5.ทุนที่จะต้องหา ในการซื้ออุปกณ์ต่างๆ

6.มีความอดทน กับสภาพแวดล้อม

7.มีความกล้าพอที่จะเสี่ยงกับงานแต่ละชิ้น

8.เป็นคนช่างสังเกต วางแผนงาน

9.มีใจรักในงานถ่ายภาพ และงานศิลปะ

10.มีความสามารถในการใช้กล้องถ่ายภาพได้

11.ใจเย็นเข้ากับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงานหรือนางแบบ

เงินลงทุนและผลตอบแทน

เงินทุนคือส่วนสำคัญ เพราะทุกสาขางานอาชีพต้องมีการลงทุนลงแรงสร้างกันทั้งนั้น ก่อนจะเข้าสู้วงการตากล้องมืออาชีพ อุปกรณ์ถ่ายภาพแต่ละชิ้นที่นำมาถ่ายภาพค่อนข้างมีราคาที่สูงมาก แต่ทว่าการลงทุนเปรียบเสมือนกับน้ำที่ใช้รดต้นไม้ของเรา ให้เจริญเติบโตออกดอกผลิตผล ตากล้องมืออาชีพลงทุนครั้งแรกประมาณหลักแสนต้นๆ

ในแวดวงของการถ่ายภาพนั้นมักจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ อันเนื่องมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน จะเห็นว่า ในอดีตเราใช้กล้องที่ใช้ฟิล์มเป็นสื่อบันทึกข้อมูล และพัฒนามาสู่ยุคดิจิทัลที่ใช้ เทคโนโลยีบันทึกข้อมูล แบบดิจิทัลบนแผ่นดิสก์ หรือสื่ออื่น ๆ ทำให้กล้องถ่ายภาพในยุคดิจิทัลมีมากมายนับไม่ถ้วน และเป็นที่นิยมเป็นอย่างสูง ทำให้วงการถ่ายภาพนี้ไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่

ในตลาดแรงงานเป็นอาชีพที่สำคัญมาก และมีรายได้ที่ไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับฝีมือของแต่ละคน ผู้ประกอบอาชีพนี้อาจจะตั้งร้านถ่ายภาพเป็นของตัวเองก็ได้

นักออกแบบกราฟิกที่ผสานศิลปะเข้ากับเทคโนโลยี

งานออกแบบกราฟิกหรือเรขนิเทศศิลป์ กระบวนการออกแบบเพื่อการสื่อสาร ที่ผสานศิลปะเข้ากับเทคโนโลยี ผ่านสื่อในรูปแบบต่างๆ ส่งผลให้การส่งสารดังกล่าวไปถึงผู้รับสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลสูงสุด องค์ประกอบที่ใช้ในการทำงานกราฟิกจะประกอบไปด้วยภาพและ/หรือตัวอักษรเป็นสำคัญ

ปัจจุบันงานออกแบบกราฟิกจัดเป็นงานบริการประเภทหนึ่งที่นักออกแบบให้บริการผ่านการให้คำแนะนำ หรือการรับจ้างผลิตงานออกแบบ โดยอาศัยทักษะ ทฤษฎี หลักการ และกระบวนการคิดในการออกแบบ มาช่วยแก้ปัญหาด้านการสื่อสารและการรับรู้ เช่น การออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ รายงานประจำปี ตราสัญลักษณ์ สื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ รวมถึงวีดิทัศน์ เว็ปไซต์ บรรจุภัณฑ์ และสื่อผสมทางอิเล็คโทรนิกส์อื่นๆ

ในภาวะที่ธุรกิจแข่งขันกันรุนแรงดังเช่นทุกวันนี้ การสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามได้ หนึ่งในผู้ที่สามารถแสดงบทบาทช่วยให้องค์กรและตราสินค้าทำการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพก็คือ นักออกแบบกราฟิก

ประโยชน์ของการใช้งานนักออกแบบกราฟิก สามารถสรุปได้โดยสังเขปดังนี้
1. ช่วยวางกรอบและเงื่อนไขของการสื่อสารทั้งภายในและภายนอกองค์กร นักออกแบบกราฟิกจะพิจารณาเลือกวิธีการสื่อสารและเลือกใช้สื่อที่เหมาะสม เพื่อให้การสื่อสารทั้งหมดดำเนินไปในทิศทางเดียวกันอย่างมีประสิทธิภาพ
2. ช่วยส่งเสริมการขายและการตลาด งานออกแบบกราฟิกที่ดีช่วยสร้าง/ปรับปรุงภาพลักษณ์ให้กับองค์กร สร้างความเชื่อมั่น และกระตุ้นพฤติกรรมการใช้ของผู้บริโภคได้ โดยผ่านการนำเสนอในรูปแบบต่างๆ กัน อาทิ การออกแบบเว็บไซต์ บรรจุภัณฑ์ สั่งพิมพ์โฆษณา ฯลฯ
3. มีส่วนช่วยในการตัดสินใจหรือให้ความคิดเห็นแก่ผู้ประกอบการ ในกรณีที่โครงงานมีทิศทางหรือแนวปฏิบัติที่หลากหลายและไม่สามารถหาข้อสรุปได้โดยง่าย

ขั้นตอนในการคัดเลือกและว่าจ้างนักออกแบบกราฟิก
1. ค้นหารายชื่อนักออกแบบหรือบริษัทออกแบบ พร้อมทั้งศึกษาลักษณะการให้บริการเบื้องต้น อาจเริ่มต้นจากที่ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) กรมส่งเสริมการส่งออก สมาคมนักออกแบบ หรือถามจากผู้ประกอบการที่เคยใช้บริการประเภทดังกล่าวมาก่อน
2. เตรียมข้อมูลความต้องการ และรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับโครงงานให้พร้อม เพื่อเป็นโจทย์ตั้งต้นให้กับนักออกแบบ
3. เชิญนักออกแบบหรือบริษัทออกแบบที่สนใจเข้ามาแนะนำตัว โดยให้คำนึงถึงผลงานและประสบการณ์เป็นสำคัญ (อาจรวมถึงขนาด ศักยภาพ และความพร้อมในการทำงานด้วย)
4. นำเสนอข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับธุรกิจ และให้กรอบการพิจารณาคัดเลือกที่ชัดเจนแก่นักออกแบบ โดยข้อมูลที่ผู้ประกอบการและนักออกแบบควรทำความเข้าใจร่วมกัน ณ จุดนี้คือ
– รายละเอียดของสินค้าหรือบริการ รวมทั้งลักษณะเฉพาะของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
– วิสัยทัศน์และขนาดของธุรกิจ
– คู่แข่งที่ชัดเจนทั้งทางตรงและทางอ้อม
– สาเหตุที่ธุรกิจต้องการความช่วยเหลือจากงานออกแบบ
– สิ่งที่คาดหวังว่าจะได้รับจากการใช้นักออกแบบ
– แรงบันดาลใจอื่นๆ
5. จากนั้นจึงแจกแจงรายละเอียดโครงงานให้กับนักออกแบบ

งานกราฟิกผสมผสานกับงานด้านศิลปะ

งานกราฟิกสามารถสื่อความหมายระหว่างผู้ออกแบบกับผู้ชมได้โดยตรงเนื่องจากใช้ ภาพเป็นหลักในการสื่อสาร ทำให้เข้าใจได้ง่าย ถ้าผู้ออกแบบใส่จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ งานกราฟิกชิ้นนั้นก็จะยิ่งมีความน่าสนใจ และมีคุณค่าทางด้านศิลปะอีกด้วย แต่ถ้าภาพที่ใช้สื่อความหมายไม่ชัดเจน ผู้รับก็ไม่สามารถเข้าใจได้อย่างถูกต้อง

งานกราฟิกต่าง ๆ ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนแก่นสารของประสบการณ์สำหรับมนุษย์ เพื่อให้มนุษย์ใช้เป็นสื่อในการคิดและสื่อสารความหมายถึงกัน ด้วยคุณสมบัติที่ดีของงานกราฟิกทำให้งานกราฟิกมีบทบาทสำคัญในการลดข้อจำกัดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเงื่อนเวลา ประสิทธิภาพของการคิด การบันทึกและการจำ ทำให้การสื่อความหมายต่อกันของมนุษย์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และด้วยความเจริญก้าวหน้าทางวิชาการ ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี จำนวนประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นและความเป็นโลกไร้พรมแดน ความแตกต่างระหว่างบุคคล เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้มนุษย์จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับงานกราฟิกมากขึ้น

การสร้างงานด้านศิลปะนับเป็นสิ่งสำคัญสำหรับมนุษยชาติ ศิลปินสามารถใช้สื่อต่าง ๆ ในการถ่ายทอดจินตนาการ อารมณ์ ความรู้สึกสู่ผู้ชมงานศิลปะนั้น คอมพิวเตอร์นับว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพในการสร้างภาพกราฟิกเพื่อสื่อความหมาย เนื่องจากมีความยืดหยุ่นในการนำเสนอได้มาก

การสร้างงานศิลปะอาจทำได้ตั้งแต่การวาดภาพโดยใช้โปรแกรมวาดภาพ ที่มีเครื่องมือให้สามารถใช้เมาส์แทนการใช้พู่กันและสี ในบางโปรแกรมสามารถปรับความหนักเบาของเส้นมาช่วยทำให้การวาดภาพเป็นธรรมชาติขึ้น บางโปรแกรมสามารถปรับแต่งภาพถ่าย มาเป็นภาพวาดสีน้ำ สีน้ำมัน หรือแบบอื่น ๆ ได้ และยังรวมความสามารถในการเลือกพื้นผิวสำหรับวาดภาพด้วย

ในงานศิลปะการละคร ฟิล์มภาพยนตร์หรือวีดิทัศน์สามารถบันทึกภาพการแสดงได้ แต่ไม่สามารถเก็บรายละเอียดท่าทางของตัวละครแต่ละตัว การใช้คอมพิวเตอร์กราฟิกจะทำให้ผู้กำกับการแสดงสามารถวิเคราะห์ออกแบบท่าทางของนักแสดง กำกับบทบาทของตัวละครแต่ละคนบันทึกเป็นข้อมูล กำหนดฉาก แสง แล้วแสดงเป็นภาพการแสดงรวม ซึ่งสามารถตรวจสอบแก้ไขรายละเอียดทุกส่วน และนำไปสู่บทบาทการแสดงจริงบนเวที คอมพิวเตอร์กราฟิกสำหรับงานศิลปะการละครจะมีลักษณะการใช้งานคล้ายกับคอมพิวเตอร์กราฟิกช่วยในการออกแบบ

การวางแผนการผลิตและขั้นตอนในการออกแบบงานกราฟิกและสื่อ

ในการออกแบบงานกราฟิก ควรมีการวางแผนและกำหนดขั้นตอนการทำงานให้เป็นระบบ เพื่อจะทำให้งานที่ผลิตขึ้นมีคุณภาพดี โดยคำนึงถึงขั้นตอนที่ใช้ในการผลิตและการออกแบบ ดังนี้
1. ขั้นการคิด ต้องคิดว่า จะทำอะไร ทำเพื่อใคร ทำอย่างไร และการออกแบบอย่างไร
2. ขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล เป็นการเสาะหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้มากที่สุ รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ด้วย
3. ขั้นการร่างหรือสร้างหุ่นจำลอง โดยการเขียนภาพคร่าว ๆ หลาย ๆ ภาพ แล้วเลือกเอาภาพที่ดีที่สุด
4. ขั้นการลงมือสร้างงาน เป็นการขยายผลงานด้วยวัสดุและวิธีการที่เตรียมไว้
5. หลักที่ควรพิจารณาเกี่ยวกับการใช้สี

สีมีส่วนช่วยชักจูงให้เกิดความรู้สึกสนใจและเข้าใจถึงคุณค่าของภาพ สามารถตอบสนอง แรงกระตุ้นได้ตามวัตถุประสงค์ของงานออกแบบในงานด้านกราฟิกจะเกี่ยวข้องกับทฤษฎีสีตามหลักวิชาเคมี ซึ่งกำหนดแม่สีไว้เป็น 3 สี คือ แดง เหลือง น้ำเงิน
บางทีอาจใช้ว่าเป็นทฤษฎีสีของช่างเขียน เพื่อนำมาใช้สร้างสรรค์งานกราฟิกให้มีคุณค่ามากขึ้นกลุ่มสีที่ปรากฎให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันเรียกว่า วรรณะของสี ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 วรรณะ คือ วรรณะสีร้อน จะให้ความรู้สึกสดใส ร้อนแรง ฉูดฉาด รื่นเริง ได้แก่ สีน้ำเงิน ม่วง เขียว และสีที่ใกล้เคียง เนื่องจากคนแต่ละวัยมีความสนใจกลุ่มสีที่แตกต่างกัน เช่น เด็กเล็ก ๆ จะสนใจสีสดเข้ม สะดุดตา ไม่ชอบสีอ่อน

เมื่อมีอายุมากขึ้นจะไม่ชอบสีสดใสมากๆ แต่นิยมกลุ่มสีหวานนุ่มนวล ดังนั้น การวางโครงสีในการออกแบบงานกราฟิกและสื่อในเชิงพาณิชย์ จึงต้องพิจารณาเรื่อวัยของกลุ่มเป้าหมายเป็นสำคัญ และควรพิจารณาเกี่ยวกับการใช้สีในทางจิตวิทยาด้วย ดังนี้
1. ใช้สีสดใสสำหรับกระตุ้นให้เห็นเด่นชัด เหมาะสำหรับการทำสื่อเพื่อการโฆษณา
2. การออกแบบงานเชิงพาณิชย์ศิลป์ งานกราฟิกต่าง ๆ อาจไม่จำเป็นต้องใช้สีเสมอไปให้ดูที่ความเหมาะสมด้วย
3. ควรใช้สีให้เหมาะสมกับวัยของผู้บริโภค
4. การใช้สีมากเกินไป ไม่เกิดผลดีต่องานออกแบบ เพราะอาจทำให้ลดความเด่นชัดลง
5. เมื่อใช้สีสดเข้มจับคู่กับสีอ่อนมาก ๆ จะทำใ้ห้ดูชัดเจนและมีชีวิตชีวาน่าสนใจขึ้น
6. ควรหลีกเลี่ยงการใช้สีพื้นในงานออกแบบสิ่งพิมพ์ที่มีพื่้นที่ว่างมาก ๆ เพราะไม่ทำให้เกิดผลในการเร้าใจ
7. การใช้สีบนตัวอักษร ข้อความ ถ้าต้องการให้ชัดเจน อ่านง่าย ควรงดการใ้ช้สีตรงกันข้ามในปริมาณเท่า ๆ กัน บนพื้นที่เดียวกันหรือใกล้เคียงกัน

การลดต้นทุนของสตูดิโอส่งผลให้ภาพรวมของมาตรฐานสตูดิโอในประเทศไทยถดถอย

14

ในช่วง 5 – 6 ปีที่ผ่านมา ตลาดสตูดิโอถ่ายภาพในประเทศไทย มีอัตราการเติบโตสูงมาก เนื่องจากผู้บริโภค ได้หันมา ให้ความสำคัญกับ การถ่ายภาพ โดยสตูดิโอถ่ายภาพมืออาชีพมากขึ้น ขณะเดียวกันก็มีทางเลือกหลากหลาย มากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านคอนเซ็ปท์การถ่ายภาพ ที่แต่ละสตูดิโอนำมาเสนอ และราคาค่างวดที่แตกต่างกันไป อย่างไรก็ดี การแข่งขันในธุรกิจสตูดิโอได้นำไปสู่การตัดราคากันเอง การลดต้นทุนของสตูดิโอส่งผลให้ภาพ รวมของมาตรฐานสตูดิโอในประเทศไทยไม่สามารถพัฒนาไปได้มากนัก ดิจิตอล เป็นนวัตกรรมทางด้านการถ่ายภาพที่เริ่มเข้ามาแพร่หลายมากขึ้นตามกระแสความนิยม และยังเข้า มาสู่ธุรกิจการถ่ายภาพด้วย ซึ่งดิจิตอลนี้เอง ที่ทำให้เกิดการลงทุน ในธุรกิจถ่ายภาพประเภทอื่น ๆ มากขึ้น จากเดิมที่มี แต่แล็บสีซึ่งจับกลุ่มลูกค้าทั่ว ๆ ไป ธุรกิจนี้ปัจจุบันถึงจุดอิ่มตัว และมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง จนต้องมีการปรับตัว เข้าสู่การบริการที่เฉพาะกลุ่ม และพัฒนาเรื่องความรวดเร็วในการให้บริการ ดิจิตอล คือ กระบวนการแปลงสัญญาณภาพ ให้เป็นไฟล์ดิจิตอล ดังนั้นจะบรรลุผลได้ก็ต้องมีกล้องดิจิตอล ในการถ่ายภาพ หรือมีเครื่องมือในการแปลงฟิล์ม หรือภาพให้เป็นไฟล์ดิจิตอลแล้วจึง Compose ให้เกิดภาพสวย งามที่ต้องการ

บริษัทโกดัก ได้ให้ความเห็นในเรื่องของตลาดดิจิตอล ในตลาดเมืองไทยอย่างจริงจังตลาดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า วันนี้ ตลาดดิจิตอลในเมืองไทยได้เติบโตและพัฒนาขึ้นมาก ทั้งในส่วนแล็บและผู้ใช้บริการ ทั้งนี้ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า ลูกเล่นต่าง ๆ ของดิจิตอล สามารถสร้างผลงานจากภาพต้นฉบับเพียงภาพเดียว ให้เกิด ภาพที่สร้างสรรค์บนเท็มเพลทที่แตกต่างกันได้มากมาย และสามารถสร้างเม็ดเงินเป็นกอบเป็นกำ ให้กับนักลงทุน อีกทั้งการทำงานดิจิตอลในปัจจุบันก็ง่ายขึ้นไม่ยุ่งยากเหมือนในอดีต ปัจจุบันเทคโนโลยีและซอฟท์แวร์ต่าง ๆ ทำให้การลงทุน ง่ายขึ้น แค่เพียงนักลงทุนมีความต้องการจะทำธุรกิจนี้ และมีเงินทุนพอสมควร เพียงระยะ เวลาแค่เดือนเดียว ก็สามารถเปิดร้านขึ้นมาได้ โดยผ่านการฝึกอบรมจากบริษัทแม่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่จำหน่ายเครื่องปริ้นเตอร์ กระดาษ ซึ่งก็มีอยู่หลายแบรนด์ให้เลือก คุณจะได้รู้ว่าจะใช้ คอมพิวเตอร์อย่างไรจะถ่ายรูปอย่างไรจะหาเงินกับดิจิตอลได้อย่างไร ในส่วนของเอ็ปสัน เราเป็นมืออาชีพด้านการถ่ายรูป ตลาดการถ่ายภาพพอทเทรทกว้างมาก ขึ้นกับว่า คุณจะเดินไปในทิศทางไหน ตลาดของการ ถ่ายภาพนั้น ขายด้วยอารมณ์ไม่ค่อยมีเหตุผลเท่าใดนัก ตลาดใหญ่ที่สุด ก็คือการทำรูปติดบัตรและรูปด่วนงานพิธีรองลงมาก็คือ การทำรูปเก่าเป็นรูปใหม่ถ้าคุณอยากทำธุรกิจถ่ายภาพคุณไม่ต้องเข้าระบบใครก็ได้แต่ถ้าคุณมาแบบเร่งรัด มีรูปแบบชัดเจนก็ต้องหาใครเพื่อวางระบบแฟรนไชส์

Blisby.com เว็บไซต์ที่เหมาะสำหรับผู้มีไอเดียสร้างสรรค์

เว็บไซต์สำหรับผู้มีไอเดียสร้างสรรค์งานศิลปะ งานประดิษฐ์ งานฝีมือ และเป็นแหล่งรวมตัวสำหรับศิลปิน เพื่อให้แลกเปลี่ยนความรู้และสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ อีกทั้งยังเป็นตลาดออนไลน์ของงานฝีมือที่ใหญ่ที่สุด ทำให้เหล่าศิลปินที่มีไอเดียใหม่ได้เปิดตลาดได้มากขึ้น นั่นคือเว็บไซต์ Blisby.com

ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ได้คิดค้นไอเดียสร้างเว็บไซต์สำหรับงานฝีมือและงานศิลปะขึ้น ด้วยเมืองไทยยังไม่มีเว็บไซต์สำหรับกลุ่มคนทำงานฝีมือ ทั้งๆที่งานศิลปะของคนไทยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีคุณภาพดีไม่แพ้งานของต่างชาติ ซึ่งจะน่าเสียดายมากถ้าไม่มีพื้นที่ในการแสดงผลงาน ทำให้กลุ่มคนร่วมกันก่อตั้งเว็บไซต์ Blisby.com ของไทยขึ้น

เป็นเวลากว่าครึ่งปีที่เว็บไซต์ Blisby.com จะมีความพร้อม ผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะต่างทยอยกันนำสินค้าออกขาย ซึ่งมีทั้งผู้ทำงานฝีมือและศิลปะเป็นอาชีพและผู้ที่ทำเป็นงานอดิเรกหารายได้เสริม โดยสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนระหว่างคนกลุ่มนี้คือทักษะการนำเสนอ ทั้งการถ่ายรูป การเขียนข้อความต่างๆ เพื่อดึงดูดความสนใจจากลูกค้า ถึงแม้มือสมัครเล่นจะมีทักษะทางด้านการนำเสนอที่น้อยกว่า แต่ในความเป็นจริงกลับพบว่ากลุ่มมือสมัครเล่นนั้นมีจำนวนสมาชิกมากกว่ามืออาชีพ

นอกจากนี้เว็บไซต์ Blisby.com ยังมองเห็นความสำคัญของผู้ประกอบการมือใหม่โดยการเสริมความรู้ผ่านทาง Blog ซึ่งได้รวบรวมบทความด้านต่างๆ ไว้หลายหมวดหมู่ด้วยกัน ทั้งการเสริมความรู้ด้านงานฝีมือ งาน DIY บทสัมภาษณ์ศิลปินหลายๆ ท่าน และเทคนิคต่างๆ ที่จะช่วยเสริมความรู้รอบด้าน และช่วยสร้างกำลังใจและแรงบันดาลใจให้ผู้ทำงานฝีมือ โดยการให้ความรู้นั้นถือเป็นจุดแข็งของเว็บไซต์ Blisby.com ที่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของเว็บไซต์ขายสินค้าทั่วไป สำหรับ Blisby.com ให้ความสำคัญกับศิลปินมือสมัครเล่น เพื่อให้ศิลปินมือใหม่เหล่านี้นำสินค้าของตนเองทัดเทียมคู่แข่งได้ จึงได้มุ่งเน้นไปทางด้านความรู้มากกว่า

Blisby.com มีการคิดค่าบริการรายเดือนหลากหลายแพ็กเกจ โดยจะมีขนาดให้ลงสินค้าได้แตกต่างกันไป ผู้ขายสามารถตกแต่งร้านค้าได้เองตามใจชอบ เพราะเว็บไซต์ Blisby.com มีหน้าตาที่ใช้งานง่าย โดยเริ่มแรกผู้ขายควรทดลองลงขายสินค้าจำนวนไม่มากก็อาจเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนกลุ่มนี้ และเมื่อพัฒนาฝีมือได้ดีขึ้นและสามารถผลิตชิ้นงานในจำนวนมากขึ้นหรือหลากหลายมากขึ้น ก็ยังมีทางเลือกอื่นๆ ให้ลองเลือกให้เหมาะสมกับตัวเองได้

ความสำคัญด้านการออกแบบงานกราฟิก

กราฟิก เป็นศิลปะแขนงหนึ่งซื่งใช้การสื่อความหมายด้วยการใช้เส้น ภาพวาด สัญลักษณ์ ภาพถ่าย กราฟ แผนภูมิ การ์ตูน ฯลฯ เพื่อให้สามารถสื่อความหมายของข้อมูลได้ถูกต้องตรงตามที่ผู้รับสารต้องการ ส่วนคอมพิวเตอร์กราฟฟิกเป็นการสร้าง การตกแต่งแก้ไข หรือการจัดการเกี่ยวกับภาพกราฟฟิกโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการจัดการ ยกตัวอย่างเช่น การตกแต่งภาพ การวาดภาพ การสร้างภาพตามจินตนาการ และการใช้ภาพกราฟิกในการนำเสนอข้อมูลต่างๆ โดยปัจจุบันนี้เข้ามามีบทบาทมาก มีการใช้ภาพกราฟิกในงานทุกๆด้านไม่ว่า ด้านธุรกิจ งานพิมพ์ งานศิลปะ การบันเทิง งานโฆษณา การศึกษา ซึ่งเห็นได้ชัดว่าคอมพิวเตอร์กราฟิก นั้นมีบทบาทสำคัญมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นเครื่องมือที่สามารถช่วยงานในด้านการออกแบบทางด้านกราฟฟิกให้เป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว งานกราฟิกที่น่าสนใจจะต้องมีเอกลักษณ์ของตัวเองชัดเจน การออกแบบจะเป็นตัวสนับสนุนให้งานน่าสนใจ การออกแบบจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมากที่จะทำให้งานน่าสนใจ และการสร้างสรรค์งานออกแบบกราฟิกทั่วไป

ปัจจุบันมีนักออกแบบกราฟิกมากมายในสังคม กระจายอยู่ในองค์กร กลุ่ม สถาบันหรือทำงานตามลำพัง รวมไปถึงทัศนคติทางการออกแบบ รูปแบบการทำงาน สื่อที่ใช้ล้วนแล้วแต่มีความหลากหลายอย่างมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางโครงการสนใจที่จะรวบรวมมุมมองหรือนิยามจากคำถามกว้างๆ เพื่อเป็นการรวบรวมและสะท้อนให้เห็นความหลากหลายนั้นอันจะก่อให้เกิดการร่วมกันมองเห็นภาพรวมของวิชาชีพนี้ได้ชัดเจนขึ้น  งานกราฟฟิกเป็นงานที่ดูเผินๆน่านะเกี่ยวกับงานพิมพ์เท่านั้นแต่จริง ๆ แล้วงานกราฟิกยังเป็นงานที่มีความเกี่ยวพันกับงานอื่นๆอีก ได้แก่ การประชาสัมพันธ์ ถือได้ว่างานกราฟิกนี้เป็นงานที่ควบคู่ไปกับงานบริหาร เพราะเนื้อหาของการประชาสัมพันธ์ที่ออกไปนั้น หากไม่ดึงดูดความสนใจที่ดีแล้วย่อมไม่สามารถที่จะสื่อความหมายกันระหว่างผู้ชมกับฝ่ายองค์กรได้

การออกแบบงานกราฟิก

1. การออกแบบที่ดีทำให้ข้อมูลที่กระจัดกระจายมีระเบียบมากขึ้น ก่อให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนและถูกต้อง
2. ช่วยให้ระบบการถ่ายทอดข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็วและชัดเจน
3. ช่วยสร้างสรรค์สัญญลักษณ์ทางสังคม เพื่อการสื่อความหมายร่วมกัน
4. ช่วยพัฒนาระบบการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
5. ช่วยให้เกิดจินตภาพ เกิดมีแนวคิดสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอๆ
6. ส่งเสริมให้เกิดค่านิยมทางความงาม
7. ส่งเสริมความก้าวหน้าทางธุรกิจและการพัฒนาประเทศ
8. ช่วยให้เกิดการเรียนรู้ และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม